6 months ago -

​เข้าใจ “ช่องว่างระหว่างวัย” เมื่อ Gen Y กับ Gen Z ต้องร่วมงานกัน

Blank

“ช่องว่างระหว่างวัย” เมื่อ Gen Y กับ Gen Z ต้องร่วมงานกัน

ชาวออฟฟิศ วัยทำงานอย่างเราๆ ก็ต่างมีเพื่อนร่วมงานหลากหลายวัยใช่มั้ยคะ และเราก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าความหลากหลายช่วงวัยนี้นับเป็น "ช่องว่างระหว่างวัย" หรือเราอาจจะเคยได้ยินคนพูดผ่านๆ ว่า "Generation Gap" และบางครั้งมันก็นำมาสู่ความขัดแย้งระหว่างการทำงานได้เช่นกันเอาล่ะ คิดว่าหลายๆองค์กร และหลายๆตัวบุคคลเอง ก็อาจจะกำลังเผชิญกับปัญหา "ช่องว่างระหว่างวัย" นี้อยู่เหมือนกัน ที่กล่าวมานี้ไม่ได้หมายถึงเฉพาะแค่ตัวเลขนะคะยังรวมไปถึง ความคิด มุมมอง ทัศนคติ วิธีการทำงาน และอื่นๆอีกมากมายที่ล้วนเป็นผลมาจากวัยนั่นเอง แต่ไม่ได้หมายความว่าพอมีความต่างของช่วงวัยแล้วจะไม่สามารถทำงานร่วมกันได้นะคะ เพียงแต่เราอาจจะต้องเข้าใจลักษณะเฉพาะพิเศษของแต่ละช่วงวัยก่อนนิดนึงเท่านั้นเอง

ยกตัวอย่างให้เห็นภาพชัดๆเลย อย่างวัยทำงานในปัจจุบันเนี่ย ส่วนมากในองค์กร เริ่มจะเป็น GEN Y และ GEN Z กันแล้ว โดยเฉพาะ GEN Y วันนี้ แมนพาวเวอร์จะพามาทำความรู้จัก และดูความต่างระหว่าง 2 GEN นี้กันค่ะ

GEN-Y : กำลังสำคัญขององค์กรในปัจจุบัน

ต้องบอกว่ายุคนี้คือเริ่มตั้งแต่คนที่เกิดในปี 1981 - 1996 ซึ่งมันคือยุคของการเปลี่ยนผ่านด้านเทคโนโลยี อย่างเช่น ทีวี จากอนาล็อก มาสู่จอดิจิตัล , โทรศัพท์มือถือจากมือกด มาสู่หน้าจอสัมผัส , อินเตอร์เนตที่ต่อกับโทรศัพท์บ้าน มาสู่อินเตอร์เนตไร้สาย หรืออะไรหลายๆอย่าง ซึ่งตรงนี้ ทำให้การเข้าถึงข้อมูลของคนยุคนี้เป็นไปได้อย่างรวดเร็ว พวกเขาสามารถหาข้อมูล หลักฐานต่างๆมาหักล้างคำสอนของหลายๆคนได้ทันที คนยุคนี้จึงมีความมั่นใจในตัวเองค่อนข้างสูง รักที่จะได้ยินคำชมเชย ชอบอิสระ ไม่ชอบให้ใครมาบงการ

ในด้านของการทำงาน นับว่า GEN Y ค่อนข้างมีความ "Multi-tasked" หรือสามารถทำอะไรหลายๆอย่างได้พร้อมกันอย่างมีประสิทธิภาพ มีความคิดสร้างสรรค์ และทุ่มเทให้กับงาน แต่ในขณะเดียวกันคน GEN Y ก็รักที่จะ "Work-life balance" เช่นกัน พวกเขาไม่ได้เห็นความสำคัญของการทำงานดึกๆแบบถวายชีวิตหรืออะไร แค่รักที่จะทำงานในเวลางาน และผ่อนคลาย มีโลกของตัวเองในเวลาหลังเลิกงาน ดังนั้นหากมีงานที่ต้องมอบหมายให้คน GEN Y ทำ เราสามารถที่จะแจกแจงรายละเอียด และบอก Deadline ของงานชิ้นนั้นไปได้เลย และคน GEN Y จะจัดการทำต่อด้วยตัวเองจนสำเร็จตามเป้าหมาย โดยที่หัวหน้างาน หรือผู้ที่มอบหมายสามารถให้กำลังใจ และคอยซัพพอร์ตยามมีปัญหาเท่านั้นเอง

GEN Z : เด็กจบใหม่ไฟแรง

ถ้าเปรียบกับ GEN Y ที่เติบโตมาในช่วงยุคเปลี่ยนผ่านจากความเก่า สู่ความใหม่ ทำให้มีความผสมผสานกันระหว่างความคิด มุมมองแบบเก่าและแบบใหม่ เรียกได้ว่า GEN Z ได้เข้ามาทำลายอะไรเก่าๆไปหมดเลย เพราะคนยุคนี้เนี่ยเติบโตมาในช่วงที่ทุกอย่างมันได้พัฒนาขึ้นอย่างสูงสุดแล้ว ฉะนั้นพวกเขาจะมีความกล้าแสดงออก กล้าแสดงความคิดเห็นอย่างเด็ดขาด หากอะไรๆที่พวกเขามองว่ามันไม่มีประโยชน์กับโลกใบนี้แล้ว GEN Z ก็ยืนหยัดต่อสู้เพื่อสิ่งนั้นๆได้

เมื่อ GEN Z ก้าวเข้าสู่วัยทำงานแล้ว GEN Z จะมีความกระตือรือร้นในการริเริ่มสิ่งใหม่ๆ กล้าแสดงออกชัดเจน กล้าตั้งคำถามกับสิ่งที่ไม่เห็นด้วย ทำงานรวดเร็ว ว่องไว ไม่ยึดวิธีการ กังวลกับความไม่แน่นอนในอนาคต

การทำงานร่วมกัน และลดปัญหา "ช่องว่างระหว่างวัย" ในองค์กร

จริงๆเราอาจไม่สามารถเปลี่ยนแปลงลักษณะนิสัยเฉพาะของคนในแต่ละยุคได้ ซึ่งตรงนี้มันมีหลายปัจจัยมาก ไม่ว่าจะเป็นเหตุการณ์ในยุคที่เติบโตมา สภาพแวดล้อม สังคม เศรษฐกิจ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น มนุษย์ทุกคนสามารถปรับตัวได้ค่ะทุกคน แมนพาวเวอร์เชื่อว่ามนุษย์คือสัตว์ประเสริฐ มีความคิดซับซ้อนอย่างมหัศจรรย์ ที่ทำให้เราสามารถอยู่ร่วมกันกับผู้อื่นได้ค่ะ! โดยอาศัยความเข้าใจ และการปรับตัวเข้าหากัน จนเจอจุดตรงกลาง เพื่อที่ทุกฝ่ายจะสามารถทำงานร่วมกันและก้าวไปสู่เป้าหมายเดียวกันได้อย่างสำเร็จนะคะ

หากใครกำลังเจอปัญหา "เรื่องช่องว่างระหว่างวัย" ในการทำงานอยู่ล่ะก็ แมนพาวเวอร์ก็ขอเป็นกำลังใจให้ทุกคนสามารถผ่านพ้นไปได้นะคะ หากเรามองว่ามันเป็นเรื่องปกติธรรมดาที่ใครๆก็เจอ แค่ต้องทำความเข้าใจ และก้าวผ่านมันไปอย่างบสุดสตรองก็พอค่ะ 😊

มองหางานคุณภาพ เปิดรับสมัครทั้ง Gen Y และ Gen Z คลิก https://bit.ly/3j33sJe

ขอบคุณที่มาจาก academyflex.com และ sanook.com