7 months ago -

ทาเลนท์ โซลูชั่นส์ โดยแมนพาวเวอร์กรุ๊ป เผยรายงานผลการวิเคราะห์ระดับโลก “ดัชนีแรงงานในภาพรวม” ชูทักษะไอทีหนุนการทำงาน ดันแรงงานฉุกเฉิน (กลุ่มงานระยะสั้น) โต

Thumb 01

ข่าว | แมนพาวเวอร์กรุ๊ป ประเทศไทย

บริษัท แมนพาวเวอร์กรุ๊ป ผู้นำระดับโลกด้านการจัดหาบุคลากรและที่ปรึกษาด้านแรงงาน นำเสนอบริการสิ่งต่างๆ ซึ่งช่วยให้ลูกค้าได้รับความสำเร็จในโลกของการทำงานที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ  ปัจจุบันแมนพาวเวอร์กรุ๊ปมีจำนวน 80 ประเทศทั่วโลก

หากพูดถึงเศรษฐกิจในยุคดิจิทัล “ทักษะ(Skill)”นับเป็นหัวใจสำคัญของแรงงานที่จะขับเคลื่อนองค์กรธุรกิจให้มีการเติบโต จากสถานการณ์ความผันผวนทางเศรษฐกิจทั่วโลกที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19ในปีที่ผ่านมาส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงต่อวิถีการทำงานในรูปแบบการทำงานทางไกลที่สอดคล้องกับวิถีความปกติใหม่(New Normal) โดยจะได้เห็นเพิ่มมากขึ้นทั้งจากฝั่งนายจ้างและแรงงาน  นอกจากนี้ องค์กรธุรกิจตั้งแต่ขนาดเล็กจนถึงขนาดใหญ่ต้องใช้มาตรการที่ไม่ได้ระบุไว้ในแผนฉุกเฉินมารับมือกับสถานการณ์ครั้งนี้ ล่าสุด ทาเลนท์ โซลูชั่นส์ โดยแมนพาวเวอร์กรุ๊ป จัดทำการสำรวจตลาดแรงงานจาก 76  ประเทศทั่วโลก โดยใช้ดัชนีแรงงานภาพรวม หรือTotal Workforce Index (TWI) เพื่อมาวิเคราะห์,วางแผน และรับมือกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น  พร้อมหนุนเสริมทัพศักยภาพองค์กรด้วยไอที  และดันแรงงานฉุกเฉินเติบโต 

ทางด้านเบ็คกี้ แฟรงกีวิช ประธานแมนพาวเวอร์กรุ๊ป อเมริกาเหนือเปิดเผยว่า จากการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ในปีที่ผ่านมา ทำให้กลุ่มคนทำงาน (แรงงาน) เกิดการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการทำงานเป็นระยะไกลในชั่วข้ามคืน  บางองค์กรจำเป็นต้องลดค่าใช้จ่ายและแรงงานลง  ในขณะที่บางองค์กรต้องเพิ่มจำนวนการผลิตอย่างทันทีทันใด  ทักษะด้านไอทีที่สนับสนุนการทำงานจากระยะไกล เช่น การรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ยังคงเป็นที่ต้องการอย่างสูงเช่นเดียวกับบุคลากรด้านการแพทย์,  บุคลากรปฏิบัติการและโลจิสติกส์ “ ที่จำเป็นอย่างยิ่ง” นอกจากนี้ ยังมีกลุ่มบทบาทและทักษะใหม่ๆ เกิดขึ้น โดยผลักดันให้เกิดแรงงานฉุกเฉินเพิ่มขึ้นต่อเนื่องในรูปแบบธุรกิจที่มีการปรับปรุงใหม่

ถึงแม้จะมีความไม่แน่นอนเกี่ยวกับวิถีของ โควิด-19แต่องค์กรต่างๆ ก็มุ่งมั่นที่จะฟื้นธุรกิจให้กลับมาเหมือนเดิม  สำหรับนายจ้างจะมองภาพระยะยาวเกี่ยวกับแรงงานทั้งหมด  รวมถึงการปฏิบัติงานทั้งหมดอย่างละเอียดเพื่อทำความเข้าใจไม่ใช่เฉพาะแต่ความต้องการด้านทักษะเท่านั้น  แต่ยังรวมถึงความต้องการตามสถานที่ด้วย เพื่อประเมินและกำหนดว่าบุคลากรส่วนใดสามารถทำงานที่บ้านได้และส่วนใดบ้างต้องเข้ามาทำงานในสำนักงาน  รวมทั้งยังประเมินถึงมาตรการด้านความปลอดภัยและการป้องกันเพื่อให้มั่นใจว่าธุรกิจยังสามารถดำเนินได้ต่อเนื่อง  

อย่างไรก็ตาม การที่จะระบุว่าสิ่งใดที่ยั่งยืนในความปกติใหม่นี้,การผสมผสานที่ลงตัวของลูกจ้างและไม่ใช่ลูกจ้าง,ทักษะและเทคโนโลยีในอนาคตที่จำเป็น  ทั้งนี้วิธีการดำเนินงานที่ดีที่สุดภายในสภาพแวดล้อมด้านการกำกับดูแลที่เปลี่ยนแปลงไปเป็นเพียงส่วนหนึ่งของข้อควรพิจารณาที่เร่งด่วนในปัจจุบัน

จากการผสมผสานข้อมูลเชิงลึกและความเข้าใจ องค์กรต่างๆ สามารถมั่นใจได้ว่ากลยุทธ์ด้านกำลังคนมีความสอดคล้องกับกลยุทธ์ทางธุรกิจในปีนี้  ซึ่งส่งผลให้ “ดัชนีแรงงานภาพรวม หรือ Total Workforce Index (TWI)”  จัดทำต่อเนื่องเป็นปีที่7แล้ว และเป็นดัชนีเดียวที่วิเคราะห์ปัจจัยมากกว่า200ปัจจัยจากตลาดแรงงานทั่วโลก76แห่ง ที่จัดทำขึ้นโดย แมนพาวเวอร์กรุ๊ป ทาเลนท์ โซลูชันส์  เพื่อให้ได้มุมมองที่รอบด้านและครอบคลุม โดยมีปัจจัยหลัก  4 ประการ ได้แก่ ความพร้อมของแรงงาน,ความคุ้มค่า(ประสิทธิภาพด้านต้นทุน),  กฎระเบียบและผลิตภาพแรงงาน  ให้องค์กรมาใช้ในการวิเคราะห์เจาะลึกความพร้อมของบุคลากรโดยเปรียบเทียบเปอร์เซ็นต์ของแรงงานที่พร้อมทำงานจากระยะไกลในตลาดต่างๆ และสำรวจความพร้อมของทรัพยากรด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์เพื่อช่วยองค์กรรับมือกับการเปลี่ยนแปลงในยุคความปกติถัดไป (Next Normal)”

ทั้งนี้ จากผลสำรวจการวิเคราะห์ด้านดัชนีแรงงาน หรือ Total Workforce Index (TWI)ในปี63ประกอบด้วย1.ความคุ้มค่า ซึ่งเป็นการวัดค่าจ้าง,สวัสดิการ,ภาษีและการดำเนินงาน เพื่อเปรียบเทียบความคุ้มค่าที่เกิดขึ้น 2.ผลิตภาพ  เป็นการวัดและเปรียบเทียบผลิตภาพที่เป็นไปได้ของแรงงาน โดยพิจารณาจากจำนวนชั่วโมงที่นายจ้างสามารถจ่ายให้คนงานได้ด้วยอัตราค่าตอบแทนพื้นฐาน 3.ความพร้อม หมายถึง ความพร้อมของกำลังคนเป็นการวัดและเปรียบเทียบแรงงานฝีมือ หรือแรงงานทักษะในปัจจุบันกับตลาด รวมถึงความยั่งยืนของแรงงาน โดยพิจารณาจากแนวโน้มทางประชากรศาสตร์ของแรงงาน (อายุและการหลั่งไหลของแรงงานย้ายถิ่น)  และ4.กฎระเบียบ เป็นการวัดและเปรียบเทียบข้อจำกัดเงื่อนไขและการปฏิบัติในการสร้างความผูกพันของแรงงานแต่ละองค์กร

จากภาพการจัดกลุ่มประเทศที่มีคะแนนสูงสุด ด้านความพร้อมของแรงงาน คือ สหรัฐอเมริกา,สิงคโปร์,  สวิสเซอร์แลนด์,สหอาหรับเอมิเรตส์ และลักแซมเบิร์ก  ซึ่งความพร้อมของกำลังคนเป็นการวัดเปรียบเทียบแรงงานที่มีทักษะในปัจจุบันแต่ละตลาดโดยพิจารณาจากแนวโน้มด้านประชากรศาสตร์ เช่น อายุ และความหลั่งไหลของแรงงานย้ายถิ่น ทั้งนี้ตลาดที่มีความพร้อมสูงสุดของแรงงานฝีมือที่มีความสามารถทางภาษาอังกฤษ หรือภาษาอื่นๆ  ซึ่งเป็นที่ต้องการของตลาดสูง เช่น ภาษาสเปน,ฝรั่งเศส และความพร้อมของการทำงานทางไกลอยู่ในระดับสูง

ในส่วนของดัชนีด้านความคุ้มค่า จะเป็นการวัดค่าจ้าง,สวัสดิการ,ภาษีและการดำเนินงาน เพื่อเปรียบเทียบความคุ้มค่าที่จะเกิดขึ้น จากการจัดอันดับหมวดความคุ้มค่า5อันดับแรก ได้แก่ ประเทศฟิลิปปินส์,โครเอเชีย,โมร็อคโก,เวียดนามและไทยทั้งนี้มีปัจจัยเอื้ออำนวย เช่น ต้นทุนแรงงานและกฎระเบียบ  ปีนี้เป็นครั้งแรกที่ประเทศโครเอเชียเข้ามาอยู่ใน 5 อันดับแรก ส่วนประเทศไทยตกจากอันดับ 1 มาอยู่ในอันดับ 5 ซึ่งเป็นผลมาจากปัจจัยที่เปลี่ยนแปลงไป ไม่ว่าจะเป็นค่าจ้าง, ต้นทุนแรงงานและกฎระเบียบต่างๆ  อ้างอิงข้อมูลจากปี 62 ด้านความคุ้มค่า คือ ประเทศไทยเข้ามาอยู่ในกลุ่มที่มีคะแนน 5 อันดับแรก ซึ่งติดต่อกันเป็นปีที่ 3 เนื่องจากประเทศไทยเป็นตลาดที่มีต้นทุนต่ำ, ภาษีต่ำและค่าแรงต่ำ รวมทั้งค่าล่วงเวลาที่ต่ำด้วย โดยเน้นที่แรงงานภาคอุตสาหกรรม และการเพิ่มทักษะทางเทคนิค จึงทำให้ประเทศไทยได้คะแนนอันดับหนึ่งในด้านความคุ้มค่า  การก้าวสู่ยุคความปกติถัดไป (Next Normal) กำลังจะเกิดขึ้น ปัจจัยด้านความคุ้มค่าของแรงงานควรบูรณาการร่วมกันในหลายภาคส่วนเพื่อสร้างความน่าสนใจเกี่ยวกับการลงทุนและการดำเนินธุรกิจในประเทศไทยต่อไป ทั้งนี้ จุดเด่นในข้อนี้หากประเทศไทยสามารถพัฒนาทักษะน่าจะส่งผลให้เกิดการจ้างงานในหลายภาคส่วน ที่ไม่ใช่เพียงด้านอุตสาหกรรมเท่านั้น  ซึ่งน่าจะเป็นโจทย์ที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องน่านำไปพิจารณา

ทางด้านกฎระเบียบมาตรฐาน  ผลสำรวจชี้ว่ากลุ่มประเทศที่ได้รับคะแนนสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ ไอร์แลนด์,ฟินแลนด์,นิวซีแลนด์,  เดนมาร์กและนอร์เวย์ ตามลำดับ  ส่วนของกฎระเบียบนี้ผลสำรวจยังชี้ให้เห็นว่านายจ้างจำนวนมากขึ้นพยายามลงทุนในรูปแบบที่มีความยืดหยุ่นกว่าเดิม เช่น การทำงานระยะไกลและความเฉพาะเจาะจงของกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับแรงงาน  พร้อมกันนี้ยังขอเสนอให้ประเทศไทยปรับให้มีความยืดหยุ่นเพื่อให้สอดคล้องกับทิศทางตลาดแรงงานโลก

ส่วนดัชนีด้านผลิตภาพเป็นการวัดและเปรียบเทียบความเป็นไปได้ของแรงงาน โดยพิจารณาจากจำนวนชั่วโมงที่นายจ้างสามารถจ่ายให้กับลูกจ้างในอัตราค่าตอบแทนพื้นฐาน สำหรับประเทศที่ได้คะแนนสูงสุดในตลาด 5อันดับแรกด้านผลิตภาพ ได้แก่ สิงคโปร์,  สหรัฐอเมริกา,อิสราเอล,มาเก๊า และฮ่องกง  ซึ่งในปีนี้ฮ่องกงร่วงลงมาจากอันดับหนึ่งและประเทศแคนาดาหลุดจาก5อันดับแรก ซึ่งเป็นผลมาจากการเปลี่ยนแปลงการให้ความสำคัญกับการศึกษา และข้อจำกัดทางชายแดนที่มีส่วนสำคัญเรื่องความพร้อม รวมทั้งการแก้กฎระเบียบที่กระทบกับแรงงานชั่วคราว

พร้อมกันนี้ 5 อันดับด้านข้อมูลเชิงลึก โดยในปีนี้ความเข้าใจหลักดังกล่าวถูกผลักดันโดย “ความปกติใหม่” ให้องค์กรต่างๆ ใช้ทบทวนด้านยุทธศาสตร์แรงงานที่มีแนวโน้มที่จำเป็นต้องทำงานระยะไกลและต้องการทักษะที่เปลี่ยนแปลงไป ดังนี้ 1. นายจ้างจำนวนมากประเมินยุทธศาสตร์แรงงานระยะไกล และความพร้อมของตลาดครอบคลุมมากกว่าแค่วิเคราะห์ต้นทุน  2. ทักษะแรงงานเป็นปัจจัยผลักดันคุณค่าและทิศทางของแรงงาน แต่จำกัดความต้องการที่เกี่ยวกับงานกำลังพัฒนาไปตามสภาพตลาดปัจจุบัน 3. นายจ้างไม่สามารถใช้เพียงองค์ประกอบของแรงงานที่มีอยู่ได้อีกต่อไป แต่ต้องดำเนินการในเชิงรุกเพื่อกำหนดสัดส่วนแรงงานประจำและชั่วคราวให้เหมาะสมที่สุด โดยยึดหลักความเร่งงานในธุรกิจ 4. บทบาทและกลุ่มทักษะใหม่ๆ กำลังเกิดขึ้น ความกดดันด้านค่าจ้างอยู่ในระดับที่เข้มข้น เช่นเดียวกับความจำเป็นในการค้นหาหรือสร้างพนักงานที่มีทักษะรองรับบทบาทใหม่ๆ และ 5. แม้ตัวเลขการว่างงานจะปรับตัวดีขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปี 63 แต่ก็มีพนักงานจำนวนมากที่ไม่ได้รับการจ้างใหม่ ทำให้นายจ้างสามารถกำหนดความต้องการและโอกาสในการทำงานใหม่ได้มากยิ่งขึ้น

10 อันดับตลาดแรงงานที่มีคะแนนสูงสุด

ในแต่ละปีจะมีการปรับและเพิ่มปัจจัยใหม่ใน Total Workforce Index ™ตามความต้องการและแนวโน้มของโลก โดยวิเคราะห์จากปัจจัย 4 ด้าน คือ ความพร้อม,ความคุ้มค่า,กฎระเบียบและผลิตภาพ   สำหรับตลาดที่มีอันดับสูงสุดในTotal Workforce Index ™คือ ตลาดที่มีประสิทธิภาพสัมพัทธ์ (Relative performance)สูงสุดทั้งสี่ด้าน และจากการเพิ่มความสำคัญให้กับความพร้อมของแรงงานในการทำงานระยะไกลมากขึ้น เช่น โครงสร้างพื้นฐานทางเทคนิค,ความเชี่ยวชาญด้านภาษาและทักษะ  ประเทศสหรัฐอเมริกาขึ้นจากอันดับ 5 เป็น 1 ขณะเดียวกันนิวซีแลนด์ขึ้นจากอันดับ 3 มาอยู่ที่อันดับ 2  แคนาดาเข้ามาอยู่ใน 5  อันดับแรกเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2560  เนื่องจากการเพิ่มปัจจัยความพร้อมของทักษะระยะไกลในดัชนีนอกเหนือจากการปรับคะแนนอื่นๆ ของปี 63 ส่วนกลุ่มประเทศที่ได้คะแนนสูงสุดในช่วง5ปีที่ผ่านมา ได้แก่ ประเทศฮ่องกง,  สหรัฐอเมริกา,นิวซีแลนด์,สิงคโปร์และแคนาดา เป็นกลุ่มประเทศที่อยู่ใน10อันดับแรกของตลาด ซึ่งแสดงให้เห็นถึงเสถียรภาพความมั่นคงในตลาดแรงงานที่มีวุฒิภาวะและการเติบโตมากขึ้น  รวมถึงความพร้อมของทักษะความสามารถทางภาษาและสภาพแวดล้อมการกำกับดูแลที่ยืดหยุ่นปานกลาง

ถึงแม้ว่าจะไม่มีใครสามารถคาดการณ์ได้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น  แต่แมนพาวเวอร์กรุ๊ปได้ใช้เวลาหลายทศวรรษ ในการพัฒนากลยุทธ์และเครื่องมือเพื่อช่วยให้องค์กรต่างๆ สามารถปรับตัวได้อย่างคล่องตัวหากต้องเผชิญกับการเปลี่ยนแปลง “ดัชนีแรงงานภาพรวม หรือ Total Workforce Index (TWI)” เป็นเครื่องมือที่ช่วยในการคาดการณ์และตัดสินใจเพื่ออนาคตขององค์กรได้อย่างมีประสิทธิภาพ และจากสถานการณ์การแพร่ระบาดไวรัสโควิด -19ในปีที่ผ่านมา ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงต่อวิถีการทำงานในรูปแบบการทำงานทางไกลและวิธีการทำงานใหม่ๆ ที่สอดคล้องกับความปกติใหม่ หรือNew Normal ซึ่งอาจจะได้เห็นเพิ่มมากขึ้นทั้งจากฝั่งนายจ้างและแรงงานทั้งนี้ บทสรุปจากผลการสำรวจและวิเคราะห์ในการนำเครื่องมือ ดัชนีแรงงานภาพรวม หรือTotal Workforce Index (TWI) เพื่อชี้วัดและวิเคราะห์ศักยภาพ,ความพร้อม,ความคุ้มค่าในตลาดแรงงานและในแต่ละประเทศ เสมือนเป็นทรัพยากรที่ช่วยในการทำนายซึ่งองค์การต่างๆ สามารถนำข้อมูลไปใช้ในการตัดสินใจเพื่ออนาคต ซึ่งนับเป็นโจทย์ที่ผู้เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐ,ภาคการศึกษา และภาคธุรกิจอาจจะต้องผนึกพลังอย่างจริงจังในการเตรียมความพร้อมให้ประเทศไทย ซึ่งมีจุดเด่นและศักยภาพที่ดึงดูดการลงทุน  แต่สิ่งสำคัญ “ทักษะแรงงาน” ต้องพัฒนาให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาเพื่อให้พร้อมรับมือสำหรับการก้าวสู่ยุคความปกติถัดไป(Next Normal)

ที่มา : bangkokbiznews

****************************************************************************************************

เกี่ยวกับแมนพาวเวอร์กรุ๊ป ประเทศไทย

แมนพาวเวอร์กรุ๊ป ผู้นำระดับโลกในการจัดหาแรงงานเชิงนวัตกรรม นำเสนอบริการด้านต่างๆ แก่ผู้ประกอบการในส่วนของกระบวนการจ้างงานและการทำธุรกิจครบวงจร รวมทั้งการสรรหาว่าจ้างพนักงานประจำ พนักงานชั่วคราว และพนักงานแบบมีสัญญาจ้าง, การประเมินผลและการคัดเลือกพนักงาน, การฝึกอบรม, การช่วยหางานใหม่ (Outplacement), การรับเหมาจ้างงาน(Outsourcing) และการให้คำปรึกษา แมนพาวเวอร์ช่วยให้บริษัทสามารถตอบสนองความต้องการของผู้ประกอบการกว่า 400,000 รายต่อปี ซึ่งประกอบด้วยบริษัทขนาดย่อมและขนาดกลางในทุกประเภทธุรกิจ รวมทั้งบริษัทระหว่างประเทศรายใหญ่ที่สุด 

ติดต่อฝ่ายการตลาด: 

แมนพาวเวอร์กรุ๊ป ประเทศไทยข่าว | แมนพาวเวอร์กรุ๊ป ประเทศไทย

บริษัท แมนพาวเวอร์กรุ๊ป ผู้นำระดับโลกด้านการจัดหาบุคลากรและที่ปรึกษาด้านแรงงาน นำเสนอบริการสิ่งต่างๆ ซึ่งช่วยให้ลูกค้าได้รับความสำเร็จในโลกของการทำงานที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ  ปัจจุบันแมนพาวเวอร์กรุ๊ปมีจำนวน 80 ประเทศทั่วโลก

โทร. 02-171-2345

อีเมล : recruitmentthailand@manpower.th.com

www.manpowerthailand.com